ติดต่อ-สอบถาม 081-6142826

พริกไทย ( Pepper )

พริกไทย ( Pepper )
สรรพคุณเครื่องเทศต่างๆ

ขอนำเสนอสรรพคุณและวิธีการใช้ของเครื่องเทศและสมุนไพรบางชนิดที่หยิบได้ง่ายและใช้สะดวก มาเป็นข้อมูลกับท่านผู้อ่านด้วย ดังนี้

พริกไทย ( Pepper )
ส่วนที่ใช้เป็นเครื่องเทศ คือ ผลแก่ตากแห้งทั้งเปลือก เรียกพริกไทยดำ ผลแก่เอาเปลือกออกเหลือแต่เมล็ด เรียกพริกไทยขาว หรือพริกไทยล่อน ลักษณะผลกลมโตประมาณ 3-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอมค่อนข้างฉุน รสเผ็ดร้อน ใช้ทั้งเมล็ดหรือนำไปป่นละเอียด ใช้แต่งกลิ่นอาหาร สรรพคุณทางสมุนไพร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดฟัน ช่วยเจริญอาหาร

พริกไทย
ประเด็นเทคโนโลยีที่ควรถ่ายทอด

1  การผลิตพริกไทยที่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและปลอดจากศัตรูพืช

2  การผลิตพริกไทยที่มีคุณภาพ  ปลอดภัยจากการปนเปื้อนของเชื้อรา  จุลินทรีย์ และปลอดภัยจาก

การใช้สารฟอกขาวหรือสารเคมีอื่นๆ

เนื้อหา

1  การผลิตพริกไทยที่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและปลอดจากศัตรูพืช

1.1  การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน

ศัตรูพืชที่สำคัญของพริกไทย  ได้แก่  โรครากเน่าและโคนเน่าส่วนใหญ่มีปัจจัยมาจากเชื้อสาเหตุ  โรค  ได้แก่  เชื้อรา  Phytophthora  parastica รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและความอ่อนแอของต้นพริกไทย  ดังนั้นการที่จะลดความเสียหายจากโรคก็ต้องเริ่มจากการเลือกสถานที่ปลูก  การเตรียมดินแปลงปลูกและสภาพอากาศของแหล่งปลูกที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพริกไทย  และปรับสภาพพื้นที่ปลูกไม่ให้เหมาะสมกับการเจริญและพัฒนาของเชื้อสาเหตุโรคหรือใช้สารเคมีหรือสารอื่นๆในการลดปริมาณเชื้อโรคในแปลงปลูก  ตามรายละเอียดดังนี้

1. แปลงปลูกพริกไทยจะต้องเป็นพื้นที่ที่มีการระบายน้ำได้ดี ไม่ชื้นแฉะหรือเป็นแอ่งน้ำ  หากพบสภาพดังกล่าวจะต้องปรับพื้นที่ไม่ให้มีสภาพน้ำขัง

2. ควรทำแปลงปลูกให้มีสภาพเป็นลอนลูกฟูกเพื่อให้มีการระบายน้ำได้ดี

3. หากพบดินเป็นกรดควรปรับด้วยปูนขาวหรือปูนโดโลไม้ท์เพื่อให้ความเป็นกรดน้อยลง

4. ปรับปรุงดินด้วยอินทรีย์วัตถุ  โดยการใส่ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยอินทรีย์  เพื่อให้ดินสามารถดูดซับน้ำและธาตุอาหารได้ดีและรากพืชสามารถพัฒนาและนำอาหารพืชไปใช้ได้ง่าย

5. ตัดแต่งกิ่งหรือแขนงตามบริเวณโคนต้นออกให้โปร่ง  เพื่อลดความชื้นและให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกดีขึ้น

6. เก็บใบ กิ่ง ก้าน ที่ร่วงหล่นอยู่ตามบริเวณโคนต้นออกไปเผาไฟทำลายเสียให้หมด เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

7. ควรเลือกยอดพันธุ์พริกไทยจากแปลงปลูกหรือแหล่งปลูกที่ไม่มีการระบาดของโรค

8. ต้นที่เป็นโรคตายควรขุดเผาทำลายแล้วรดดินหลุมปลูกด้วยสารเมตาแลกซิลให้ทั่วแล้วจึงปลูกซ่อม  และการปลูกซ้ำก็ควรทิ้งระยะเวลาประมาณ 1 ปี

9. การป้องกันกำจัดโดยชีววิธี  โดยการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมของดินปลูกให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ปฏิปักษ์และจุลินทรีย์อื่นๆ  ที่มีประโยชน์ในดิน ได้แก่  เชื้อราไตรโคเดอม่า  เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส  ซับทีลิส  เป็นต้น  หรือนำจุลินทรีย์ซึ่งมีผู้ผลิตขายเป็นการค้าในรูปผง  นำไปใส่ในแปลงปลูกร่วมกันอินทรียวัตถุต่างๆเพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในแปลงปลูกให้มากขึ้น   และควรเริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นพริกไทยยังมีอายุน้อย 1-2 ปี

10. การป้องกันกำจัดโรคโดยวิธีผสมผสาน  ได้แก่  การใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ใส่ลงไปในดินร่วมกับการใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์  การปรับความเป็นกรด-ด่างของดินให้เหมาะสม  รวมทั้งการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเมื่อพบอาการโรค  และการเก็บส่วนของพืชเป็นโรคนำไปเผาทำลาย  เป็นต้น

1.2  การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัย

1. ถ้ามีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช  ให้เลือกใช้ใน  ชนิด  อัตรา  และระยะเวลาตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

2. ต้องใช้สารเคมีที่ถูกต้องตามกฎหมาย  มีเลขทะเบียนวัตถุอันตรายและมีคำแนะนำบนสลากให้ใช้กับ  พริกไทย

3. ต้องไม่ใช้สารเคมีซึ่งเป็นวัตถุอันตรายที่ห้ามใช้ทางการเกษตร  ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พศ. 2535

4. ต้องหยุดการใช้สารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยว  ตามเวลาที่ระบุในคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

5. จดบันทึกการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

สรุปคำแนะนำการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในการผลิตพริกไทย

1. โรคที่สำคัญ

1.1 โรครากเน่า  เกิดจากเชื้อรา  อาการระยะแรกเถาจะเหี่ยวในเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและร่วง  ต่อมาปราง(กิ่งแขนง)เริ่มหลุดเป็นข้อๆตั้งแต่โคนต้นถึงยอดขั้วกิ่งเป็นสีเหลืองและดำ  ส่วนรากเน่าดำและมีกลิ่นเหม็น  ป้องกันโดยอย่าให้น้ำขังในฤดูฝนเผาทำลายต้นที่เป็นโรค  และฉีดพ่นด้วยฟอสอีทิลอลูมิเนียม 820%WP และฟอสฟอริค แอซิด 40%L

1.2. โรครากขาว  เกิดจากเชื้อรา  ใบเหลืองและร่วง  พบเส้นใยสีขาวปกคลุมที่รากบางส่วน  ป้องกันโดยเผาทำลายส่วนที่เป็นโรคเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด  ถ้าระบาดรุนแรงใช้ควินโตซีน 24%EC ผสมน้ำราดหรือฉีดพ่น

1.3. โรครากปม  เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปม  เข้าทำลายที่รากฝอย เกิดเป็นปมเห็นได้ชัดเจนนอกจากนี้ทำให้ผนังเซลล์เป็นแผล เป็นสาเหตุให้โรคอื่นๆเข้าร่วมทำลายได้ง่าย  ป้องกันโดยคลุมดินก้นหลุมก่อนปลูกด้วยคาร์โบพูราน 3%G หรือพีนามีฟอส 40%G. และโรยรอบทรงพุ่มในช่วงฤดูฝน

1.4. โรคแอนแทรกโนส  เกิดจากเชื้อรา  ทำลายส่วนใบของพริกไทย เกิดเป็นจุดวงกลมสีน้ำตาลดำหรือสีดำ  ผิวเป็นเงามัน  รอบจุดเป็นสีเหลือง  ตรงกลางแผลมีลักษณะเป็นวงสีน้ำตาลดำเรียงซ้อนกันเหมือนวงปีของเนื้อไม้  ถ้าเป็นรุนแรงอาจทำให้ตายได้ป้องกันโดยตัดแต่งกิ่งและเก็บไปเผาทำลาย  พ่นด้วยเบนโนมิล 50%WP หรือแมนโคเซบ 80%WP หรือคาร์เบนดาซิม 50%WVF

1.5. โรคราเห็ดพริกไทย  เกิดจากเชื้อราเป็นเส้นใยสีขาวเจริญบนผิวเปลือกของลำต้น  กิ่ง  และใต้ใบ  ทำให้ลำต้น  กิ่งใบ  แห้ง  และตายได้  ป้องกันโดยอย่าให้น้ำท่วมขังตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง  และด้วยคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85%WP

2. แมลงที่สำคัญ

2.1. เพลี้ยแป้ง  เป็นแมลงศัตรูพริกไทยที่สำคัญเพราะจะติดไปกับผลผลิตพริกไทยอ่อนสดที่ส่งออกต่างประเทศได้  ตัวเต็มวัยดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอก  ใบ  และเถาพริกไทย  เพลี้ยแป้งจะขับถ่ายมูลเป็นน้ำหวาน  จึงพบว่ามดเป็นตัวพาเพลี้ยแป้งไปปล่อยยังส่วนต่างของต้นพืช  ป้องกันโดยฉีดพ่นด้วยคาร์บาริล 85%WP  อัตรา 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

2.2. มวนแก้ว  วางไข่เป็นกลุ่ม  ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอก  ทำให้ช่อดอกแห้งเป็นสีน้ำตาล  ไม่ติดเมล็ด  ผลผลิตลดลง  ป้องกันโดยการเก็บตัวอ่อนเผาทำลาย  ถ้าระบาดรุนแรงฉีดพ่นด้วย  มาลาไธออน50%EC

2.3.  ด้วงงวงเจาะเถาพริกไทย  ตัวอ่อนเจาะทำลายเถาพริกไทย  ทำให้เถาแห้งตายส่วนตัวเต็มวัยจะกัดกินใบและผลพริกไทย  ป้องกันโดยเผาทำลาย  เถาพริกไทยที่พบรอยเจาะของหนอนด้วงงวง  ถ้าระบาดรุนแรงฉีดพ่นด้วย คาร์บาริล 85%WP

2.4.  เพลี้ยอ่อน  ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน  ทำให้ใบและยอดแคระแกรน  บิดงอ  ไม่ติดเมล็ด  ป้องกันโดยเก็บทำลาย  หรือฉีดพ่นด้วยมาลาไธออน 57%EC

1.3. การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวและการแปรรูปพริกไทย

1.3.1.  เก็บเกี่ยวถูกระยะ

– การเก็บเกี่ยวพริกไทยอ่อน ต้องเข้มงวดในการเก็บเกี่ยวหลังจากการใช้สารเคมีอย่างน้อย 10 วัน รวบรวมไว้ในร่มเพื่อทำความสะอาดและคัดแยกผลผลิตอย่างระมัดระวังไม่ให้มีศัตรูพืชติดไปกับผลผลิต

– การเก็บเกี่ยวพริกไทยดำ ต้องเก็บเกี่ยวเมื่อผลสีเขียว แก่จัดแต่ไม่สุก

– การเก็บเกี่ยวพริกไทยขาว ต้องเก็บเกี่ยวพริกไทยที่แก่จัด และผลเริ่มสุกเป็นสีแดงที่โคนช่อ ประมาณ 3-4 ผล

1.3.2. กระบวนการทำแห้งเพื่อลดความชื้นในพริกไทยให้มีความชื้นตามมาตรฐาน มอก. ซึ่งต้องไม่เกิน ร้อยละ 12 โดยทำการลดความชื้นด้วยการตากแดด หรือลดความชื้นโดยการ อบแห้งด้วยลมร้อน เพื่อป้องกันเชื้อราและจุลินทรีย์

– การทำแห้งโดยวิธีตากแดด ต้องเข้มงวดในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัย ตากผลผลิตพริกไทยบนพื้นที่ยกสูงมีวัสดุรองรับเพื่อป้องกันฝุ่นละออง และสิ่งเจือปนอื่นๆปนเปื้อน

– การทำแห้งโดยใช้เครื่องอบแห้งลมร้อน ทำการอบแห้งผลผลิตพริกไทยด้วยลมร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 65-70 oเซลเซียส

1.3.3. การทำพริกไทยขาวโดยใช้เครื่องมือแปรรูปพริกไทยขาวซึ่งประกอบด้วย เครื่องปลิดเมล็ดพริกไทย เครื่องลอกเปลือกพริกไทย และเครื่องอบแห้งพริกไทยแบบลมร้อน ทำให้ไม่ต้องทำการแช่น้ำเป็นเวลานานเพื่อลอกเปลือกพริกไทย สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดเชื้อจุลินทรีย์ในพริกไทยขาวได้

1.3.4. หลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกขาวใดๆในการผลิตพริกไทยขาวที่อาจตกค้างในผลผลิต เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการบริโภคพริกไทยที่ปลอดภัยโดยส่งเสริมการบริโภคพริกไทยที่มีสีตามธรรมชาติ

1.3.5. การผลิตพริกไทยดำคุณภาพสูง โดยใช้กรรมวิธีแบบปลอดเชื้อ ตามหลัก GAP และ HACCP เพื่อให้ได้พริกไทยดำคุณภาพดีสำหรับตลาดสินค้าคุณภาพสูงที่มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในปริมาณต่ำ ไม่เกินมาตรฐานที่กำหนดเพื่อการส่งออก

เอกสารอ้างอิง

เกรียงไกร  จำเริญมา และคณะ, 2547. ศึกษาการใช้สารฆ่าแมลงและน้ำมันธรรมชาติบางชนิดเพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้ง พริกไทย. (สำเนา)

แสงมณี  ชิงดวง, 2547. การป้องกันและกำจัดโรครากเน่าและโคนเน่าของพริกไทย. (สำเนา)

กรมวิชาการเกษตร, www.doa.go.th. ศัตรูพริกไทย

วารุณี  วารัญญานนท์ และคณะ, 2547 โครงการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบต้นแบบการผลิตพริกไทยดำเพื่อ การส่งออก

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : www.fareedaherb.com
ผู้ลงบทความ :   e-mail:fareeda2626@hotmail.com ,www.fareeda-spices.com