ติดต่อ-สอบถาม 081-6142826
ชื่อสินค้า:

น้ำมันซัยตูน

รหัสสินค้า: น้ำมันซัยตูน
รายละเอียด:

ประโยชน์ของซัยตูน (น้ำมันมะกอก)
ลดภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ , ระบบย่อยอาหาร , ป้องกันโรคผิวหนัง , ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น  , ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ,ป้องกันโรคกระดูกพรุน , เสริมสร้างกระดูก , ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง , ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ป้องกันความชราภาพ , ต่อต้านภาวะความเสื่อมถอยของสมอง เหมาะสำหรับใส่ในอาหารเด็กอ่อน , มีคุณสมบัติใกล้เคียงน้ำนมมารดามากที่สุด………           อินชาอัลลอฮฺ
        ฮับตุซเซาดะอฺนั้นถูกผสมผสานในการรักษาโรคทุกโรคได้อย่างดี  มีแร่ธาตุที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ  เช่น ฟอสเฟต , ธาตุเหล็ก , ฟอสฟอรัส , คาร์โบไฮเดรต , ไขมัน มีสารเบต้าแคโรทีน  ซึ่งทำปฏิกิริยาต่อต้านมะเร็งและโรคอื่น ๆ อีก เช่น ความดันโลหิตสูง , เบาหวาน , ไมเกรน , โรคตับ โรคไต , โรคต่าง ๆ ของสตรี
 วิธีใช้ : รับประทานก่อน-หลังอาหาร      เช้า-เย็น   ครั้งละ 2-3 เม็ด
Mfg.3/ทาน ทา นวด อม(Oil Pulling)ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ รา โปรโตซัวในปาก แผลทุกชนิดและในช่องคอด
-เหยาะใส่สลัด อาหาร เพราะมีแรธาตุจำเป็นต่อร่างกาย พร้อมด้วยวิตามินหลายชนิด
-มี โอเมก้า 6 สารช่วยในเจิญเติบโต(ร่างกายผลิตเองไม่ได้)และโอเมก้า 3 ที่สมดุลสุดของน้ำมันเพื่อรับประทาน
-และยังมีโอเมก้า 9 ช่วยในเรื่องสมอง ประสาท
-ช่วยขับนิ่วในถุงน้ำดี (หมอแดงบอกสูตร น้ำมันมะกอก 250 ซีซี + น้ำมะนาวสด(ขนาดเท่ากัน)ทานตอนสามทุ่ม เตรียมกระโถนไว้เผื่ออาเจียร นอนตะแคงขวา นิ่วในถุงน้ำดีจะไหลออกมาตอนอุจจาระ (ต้องหาถังมานั่งถ่ายจึงจะเห็นก้อนไขมันหรือก้อนนิ่วที่อ่อนตัวที่ขับออกมา ถ้าถ่ายในโถส้วมจะไม่เห็น)…เลื่อนไปดูคลิปหมอแดงข้างล่าง
-ข้อมูลทั่วไปการล้างพิษตับใช้แค่ 30 ซีซี+น้ำมะนาว 30 ซีซี+ผงมะขามแขก(6-8 แคปซูล) ก่อนนอน 5 วันก็พอเพียง
มะกอกจัดว่าเป็นผลไม้ที่มีน้ำมันมากที่สุด ในผลมะกอกที่แก่จัด 100กรัม ให้น้ำมันถึง 20-30 กรัม     น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ  Extra Virgin Oil มีคุณภาพเยี่ยมที่สุกประมาณค่าเป็นกรดต่ำกว่า 1 % เป็นน้ำมันที่ออกมาบริสุทธิ์จริงๆมีรสและกลิ่นมะกอกแรง
 
การเลือกน้ำมันมะกอกในการล้างพิษตับและถุงน้ำดีนั้นดูได้ที่ฉลากข้างขวดมีคำว่า Extra Virgin Olive Oil สกัดแบบ  cold pressed คือน้ำมันมะกอกที่บริสุทธิ์พิเศษหีบเย็น
 
ช่วยการหมุนเวียนของโลหิต  น้ำมันมะกอก ช่วยปองกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดในสมองแตก
 
ระบบย่อยอาหาร น้ำมันมะกอกช่วยในการทำงานของส่วนต่างๆดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้  และถุงน้ำดีทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าม้ำมันมะกอกช่วยบรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ
 
ผลต่อผิวหนัง น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้งรอยเหี่ยวย่น
 
กรดโอเลอิค    ช่วยกระบวนการในร่างกายดังนี้
                      1,  ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด
                      2,  ปรับสภาพหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
                      3,  ภายในลำไส้มีการเคลื่อนไหวได้สะดวก
 คอมเม็นต์    อาการเมื่อได้รับมากเกินไป  ไม่มีอะไรเป็นพิษ  แต่เนื่องจากมีคอเลสเตอรอลสูงควรระวังอย่าได้รับมากเกินความต้องการ
  กรดโอเลอิค  ( เป็นกรดไขมันที่บริโภคได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะก่อให้เกิดโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแข็งตัวภายหลัง )    
  กรดไขมันโอเลอิค   จัดเป็นกรดไขมันชนิดเรียง  N-9  ต่างจากกรดไขมันอิ่มตัวหลายตำแหน่งอย่างกรดไลโนเลอิค  และอัลฟา ? ไลโนเลนิค เพราะสามารถแยกออกเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวได้  เป็นที่รู้กันดีว่าในบรรดาอาหารต่างๆ พบมากที่สุดในน้ำมันมะกอก  และน้ำมันแคโนลาเป็นต้น  แม้จะมีอยู่ในไขมันวัวและ หมู แต่ไขมันสัตว์มีกรดอิ่มตัวหลายชนิดมาก  ดังนั้น หากต้องการได้รับประโยชน์จากกรดไขมันโอเลอิค  ควรจะเน้นไปทางน้ำมันพืชจะดีกว่า
          ผู้บริโภคน้ำมันมะกอก และไขมันโอเลอิค   มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าประเทศยุโรปอื่นๆ
            จากการสัมมนาระดับนานาชาติในเรื่องของอุปนิสัยการกินกับความเจ็บป่วยพบว่า   ผู้ที่อยู่แถบชายฝั่งทะเลของอิตาลีตอนใต้  มีอัตราการเสียชึวิตด้วยโรคหัวใจน้อยกว่าประเทศทางยุโรปอื่นๆ  และเมื่อดูจากวิถีชีวิตการกินอยู่แล้วพบว่า ได้รับธัญพืช ปลาต่างๆ ผัก ถั่ว และผลไม้ต่างๆ อย่างได้ถูกส่วน ในส่วนของน้ำมันที่ใช้เป็นน้ำมันมะกอก  บริโภคเนื้อ เนย น้อยกว่าประเทศรอบๆ ข้าง  ส่วนผู้ที่อยู่ตอนเหนือของอิตาลี่  จากผลสำรวจพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ  , โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัด     

            
    อาหารที่เป็นแหล่งกรดไขมันโอเลอิค

                 ในน้ำมันมะกอก  มีกรดไขมันโอเลอิค ผสมอยู่มากกว่า 70  %  และเหม็นอืนยาก   เนื่องจากเป็นกรดไขมันตำแหน่งเดียว   การสร้างกรดไขมันชนิดรวมตัวกับออกซิเจนมากเกินไปอันจะก็ให้เกิดมะเร็งในร่างกายภายหลังนั้น   เป็นไปได้ยากและหมดปัญหาการรวมตัวกับออกซิเจนเมื่อถูกความร้อน  จึงวางใจได้เหมาะสำหรับนำมาประกอบอาหาร  น้ำมันชนิดนี้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุดในบรรดาน้ำมันพืชต่างๆ  นอกจากนี้ยังมีวิตามินละลายในไขมันผสมอยู่  สำหรับน้ำมันแคโนลามีกลิ่นหอมน้อยกว่าน้ำมันมะกอก จึงนิยมมาประกอบอาหารอย่างแพร่หลาย
   เมื่อได้รับกรดไขมันโอเลอิคไม่เพียงพอ
            เมื่อกรดไขมันอิ่มตัวมีเพิ่มขึ้นส่งผลให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น   ทำให้อาการหลอดเลือดแข็งตัว   โรคหัวใจและอื่นๆ ง่ายขึ้น
   การทำงานของกรดไขมันโอเลอิค
             1,     ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
             2,     ป้องกันอันตรายจากการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจต่างๆ  เช่นหลอดเลือดอุดตัน , หลอดเลือดตีบ เป็นต้น
             3,    ป้องกันอันตรายจากรังสี  X-Rayและการฉายแสงอื่นๆ
             4,    ป้องกันมิให้มีกรดในกระเพาะมากเกินไป และป้องกันกระเพาะอักเสบ
             5,    ป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูก
  กรดไขมันโอเลอิคเหมาะสำหรับบุคลต่อไปนี้
       ผู้มีไขมันเป็นกลางและ  คอเลสเตอรอลในเลือดสูง,   ผู้มีกรดในกระเพาะมากเกินไป,    ผู้ชอบทานเนื้อและ  อาหารแปรรูปต่างๆก็จะทำให้ระดับไขมันเป็นกลางสูงขึ้น    ทางที่ดีควรรับประทานพอหายหิวและออกกำลังกายควบคู่กันไป
           อาการแบบนี้,  โรคแบบนี้  ต้องอาศัยสารอาหารตัวนี้
 โรคที่เกี่ยวกับการหลั่งฮอโมน,  กระบวนการเมตาบอริซึ่มในร่างกาย
          อาการไขมันในเลือดสูง
           ภายในเลือดมีไขมัน 4 แบบได้แก่    คอเลสเตอรอล  ,  กรดไขมันเป็นกลาง ,ฟอสฟอลืปิด  และกรดไขมันอิสระ  หากตัวใดตัวหนึ่งใน  4 แบบนี้มีมากผิดปกติ  จะเรียกว่า  มีอาการไขมันในเลือดสูง  ผู้มีภาวะไขมันในเลือดสูงจะไม่มีอาการปรากฏหรือไม่รู้ตัว   ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่รับการแก้ไข   จะมีแนวโน้มทำให้เกิด  โรคความดันโลหิตสูง  , โรคไขข้อ, หลอดเลือดแข็งตัว  และโรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากนี้หากหลอดเลือดแข็งตัวแล้ว  ยังอาจมีอันตรายร้ายแรงต่อหลอดเลือดหัวใจและสมอง  สำหลับผู้มีความดันโลหิตสูง   ต้องได้รับการตรวจเช็คตามกำหนด   และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
             กรณีผู้มีที่มี  คอเลสเตอรอลในเลือดสูง  ควรหลีกเลี่ยง ไขมันสัตว์ และไข่  หันมารับประทาน ผักผลไม้  สาหร่าย และเห็ด ทดแทน นอกจากนี้ควรออกกำลังกายเบาๆ  เช่น  วิ่งจ๊อกกิ้ง เป็นต้น
           …
       ตรวจดูรายละเอียดในฉลากก่อนซื้อน้ำมันมะกอก
                 น้ำมันมะกอกมีประโยชน์นัปการ  นอกจากนำมาประกอบอาหารแล้ว  ยังใช้ในวงการแพทย์  เสริมความงามชื่อของน้ำมันมะกอกนี้แตกต่างกันออกไปตามวิธีการผลิต   ดังนั้นก่อนซื้อ จึงควรตรวจรายละเอียดในสลากเสียก่อนตามวิธีที่กล่าวมาแล้วในตอนต้น
          ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกต่อระบบต่างๆของร่างกาย
           หัวใจและโลหิต  > ส่วนผสมไขมันของน้ำมันมะกอกช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลและป้องกันการเกิดโรคหัวใจวายได้
         > เส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดง  > ปริมาณแอนติออกซิเด้นส์สูงในน้ำมันมะกอก ช่วยป้องกันการหนืดของเลือดในขณะที่กรดโอเลลิคช่วยลดความเหนียวของเลือดและหลีกเลี่ยงโรคเส้นโลหิตตีบ
        > กระเพาะอาหารและลำไส้ > มันมะกอกง่ายต่อการย่อยอย่างรวดเร็ว และยังช่วยย่อยไขมันอื่นๆ อีกทั้งกระตุ้การหลั่งฮอร์โมนที่ตับอ่อนและน้ำดี น้ำ ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการผิดปรติของกระเพาะ  เช่นลมในกระเพาะ  จุกเสียดท้องผูก  ทั้งยังช่วยดูดซึมสารอาหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินและเกลือแร่  ได้อีกด้วย
          > ตับ > ช่วยการทำงานของตับและมีผลดีต่อน้ำดี    กระเพาะปัสสาวะ และ  ป้องกันการเกิดนิ่ว
        >  สมอง > ช่วยพัฒนาสมองและระบบประสาท
         >  กระดูก > ช่วยในการดูดซึมเกลือแร่ และแคลเซี่ยม
น้ำมันมะกอก (Olive Oil)
Credit: http://www.zazana.com/picupload/images/81643images.jpg
แม้อาหารทางบ้านเราจะไม่นิยมใช้ “น้ำมันมะกอก” ในการประกอบอาหารมากนัก แต่รู้ไหมว่าน้ำมันมะกอกนั้นถือเป็นน้ำมันพืชที่ปลอดภัยต่อร่างกายและให้ประโยชน์มากมายทีเดียว
>> แต่ก่อนที่จะทราบว่าประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีอะไรบ้างนั้น ผมว่าเรามาทำความรู้จักกับน้ำมันมะกอกกันซักเล็กน้อยก่อนดีกว่าครับ

พูดถึงมะกอกแล้ว คนไทยในบ้านเราก็มักจะนึกไปถึงผลมะกอกที่เอาไปใส่ในส้มตำ หรือไม่ก็ที่ไปจิ้มกินกับเกลือเป็นของกินเล่น น้อยคนที่จะนึกถึงมะกอกของฝรั่งที่มีชื่อว่าโอลีฟ (olive) มะกอกชนิดนี้จัดเป็นพืชโบราณที่มีต้นกำเนิดและประวัติความเป็นมาที่แสนยาว นาน มะกอกกำเนิดขึ้นที่เกาะครีตเมื่อประมาณ 6,000 พันปีมาแล้ว มีหลักฐานและตำนานมากมายที่กล่าวถึงมะกอกเอาไว้ อย่างเช่นค้นพบพวงมาลัยที่ทำจากกิ่งมะกอกซึ่งวางอยู่บนตัวมัมมี่ระหว่างเทพี อะเธน่า (Athena) และโปสิดอน (Poseidon) เทพเจ้าแห่งท้องทะเล โปสิดอนต่อสู้ด้วยอาวุธที่แข็งแกร่งว่องไว ในขณะที่เทพีอะเธน่าสร้างต้นมะกอกมาเพื่อเป็นตัวแทนของความสว่างไสวในยามค่ำ คืน หรือในตำนานทายาทของพระเจ้าผู้สร้างกรุงโรม ก็ได้เห็นแสงสว่างครั้งแรกที่ใต้ต้นมะกอก
มะกอกเป็นต้นไม้ที่ทนทาน อายุยืนมากเป็นหลายร้อยปี ต้นมะกอกจึงเป็นเสมือนต้นไม้แห่งอมตะชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ความดีงาม ความเจริญ ฯลฯ ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวเมดิเตอร์เรเนียนมาแต่โบราณกาล
ในศตวรรษที่ 15 ชาวสเปนได้นำมะกอกเข้ามาสู่โลกยุคใหม่ แพร่กระจายไปทั่วยุโรปตอนใต้ และตลอดแนวของชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน จนกระทั่งปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมการเพาะปลูกมะกอกได้ขยายตัวขึ้นถึง 30-40 เท่า
มะกอกหรือโอลีฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Olea europaea เป็นพืชในวงศ์ Oleaceae จัดเป็นผลไม้ที่มีเม็ดในแข็ง หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด เป็นพืชที่ทนได้ทุกสภาวะอากาศ ดอกมะกอกจะออกช่อในช่วงปลายฤดูหนาว มีดอกเล็กๆสีขาว ผลจะโตเต็มที่ประมาณ 7-8 เดือนหลังออกดอก ลำต้นจะสูงใหญ่กว่ามะกอกไทยบ้านเรามาก สูงตั้งแต่ 3 เมตร จนถึง 18 เมตร ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม มีหลายร้อยพันธุ์ ตัวผลจะมีรสขมและฝาด มีปริมาณสูง พอแก่จัดสีจะเปลี่ยนจากเขียวจนเป็นสีคล้ำจนเกือบดำ ถ้าจะนำไปสกัดเอาน้ำมันต้องเลือกผลแก่จัด แต่ถ้าจะนำมาบริโภคสดหรือนำไปประกอบอาหารต้องใช้มะกอกอ่อน
การนำมะกอกมากินสดนั้น มีข้อจำกัดอยู่ว่า ต้องนำมะกอกมากำจัดสารขมที่มีชื่อว่า Oleuropein ออกเสียก่อน มีทั้งนำไปแช่โซดาไฟ (Sodium hydroxide) หรือจะใช้วิธีธรรมชาติที่ง่ายที่สุดก็คือ แช่ในน้ำเกลือเข้มข้นทิ้งไว้ 1-2 วัน แล้วจึงล้างน้ำออก เพียงเท่านี้ก็สามารถกินผลสดของมันได้อย่างเอร็ดอร่อย ผลของมันนอกจากจะนิยมบริโภคสดๆแล้ว ยังนำมาดัดแปลงโดยการสอดไส้พริกพีเมียนโต หรือพริกหยวกลงไปดองกับน้ำเกลืออีกด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติไปอีกแบบหนึ่ง รสชาติจะออกเค็ม เผ็ดแบบปะแล่มๆ มะกอกแบบนี้พบวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ผู้ผลิตจะนำเอามะกอกเขียวที่ยังไม่แก่จัดมาเข้าเครื่องดึงเมล็ดออก แล้วก็ยัดพริกที่ปอกเปลือกแล้วลงไป พริกที่ใช้ส่วนมากเป็นทางแถบเมืองหนาว ซึ่งไม่เผ็ดมาก ที่นิยมก็คือพริกพีเมียนโต และพริกหยวกสีแดง จากนั้นก็นำไปบรรจุขวดดองน้ำเกลือ ผลสดซึ่งผ่านการแปรรูปเหล่านี้นิยมนำมากินกับสลัด ตกแต่งจานอาหาร ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารโดยหั่นเป็นชิ้นเล็กๆใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความหอมและรส ให้อาหาร เช่น หั่นแว่นตามขวางวางบนคานาเป้ หรือแซนด์วิชเปิดหน้า หรือไม่ก็กินเล่นตามชอบ
มะกอกจัดเป็นผลไม้ที่มีน้ำมันมากที่สุด ในผลมะกอกที่แก่จัด 100 กรัม ให้น้ำมันถึง 20-30 กรัม แต่กระบวนการหีบเอาน้ำมันจากผลมะกอกมิใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ต้องผ่านหลายขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เริ่มตั้งแต่การคัดและเก็บผลด้วยคนงาน เครื่องจักรทำแทนไม่ได้เลย เพราะผลมะกอกแก่ไม่พร้อมกัน อีกทั้งต้องระมัดระวังมิให้ผลเกิดเสียหายในตอนเก็บและขนส่งไปโรงงาน
การคั้นน้ำมันมะกอกที่ดีเป็นวิธีการหีบเย็น (cold press) แบบโบราณ เริ่มด้วยการโม่ผลมะกอกให้เนื้อแหลก แล้วเอาไปเข้าเครื่องหีบน้ำมันออกโดยไม่ใช้ความร้อนเข้าช่วยเลย น้ำมันที่ไหลออกมาจากการหีบครั้งแรกถือเป็นน้ำมันคุณภาพดีที่สุด มีความบริสุทธิ์เพราะเป็นน้ำมันแรก การหีบครั้งต่อๆไปต้องใช้แรงมากขึ้น น้ำมันที่ได้มีคุณภาพด้อยลง ทั้งหมดนี้ใช้เครื่องมือทำจากหินและแรงคนเป็นหลัก
ปัจจุบันมีโรงงานกลั่นน้ำมันมะกอกสมัยใหม่ที่ใช้ความร้อนและเครื่องจักรใน การโม่และกลั่นน้ำมันมะกอก แต่น้ำมันมะกอกแบบนี้มีคุณภาพไม่ดีเท่าแบบวิธีหีบเย็นแบบเก่า หลังจากหีบเอาน้ำมันมะกอกได้แล้ว ก็ต้องเอามาเก็บไว้ในห้องใต้ดินที่มีอุณหภูมิเย็นพอเหมาะเป็นเวลาหลาย สัปดาห์ เพื่อให้เศษผงต่างๆจมตัว จากนั้นจึงนำมากรองและบรรจุขวดขาย
ประเภทของน้ำมันมะกอก
สภาน้ำมันมะกอกนานาชาติได้แบ่งชนิดน้ำมันมะกอกตามคุณภาพ จากปริมาณกรดในน้ำมัน และนิยมเรียกชื่อตามความ “บริสุทธิ์” ดังนี้คือ

– ชนิดบริสุทธิ์พิเศษ Extra Virgin Olive Oil มีคุณภาพเยี่ยมที่สุด ประมาณความเป็นกรดต่ำกว่า 1% น้ำมันที่ออกมาบริสุทธิ์จริงๆ รสและกลิ่นมะกอกแรง
– ชนิดบริสุทธิ์ดีมาก Superfine Virgin Olive Oil มีความเป็นกรดต่ำไม่เกิน 1.5%
– ชนิดบริสุทธิ์ดี Fine Olive Oil มีความเป็นกรดต่ำระหว่าง 1.5 ถึง 3 %
– ชนิดบริสุทธิ์ Virgin or Pure Olive Oil ความเป็นกรดไม่เกิน 4% (หากเกินก็กินไม่ได้แต่ใช้เป็นน้ำมันจุดตะเกียงได้) โดยทั่วไปกลิ่นมะกอกจะมีเพียงอ่อนๆ
โดยทั่วไปน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ (extra virgin) มีสีออกเขียวกว่าชนิดคุณภาพต่ำลงมา และถ้าจะให้ดีต้องได้มาด้วยวิธี cold press น้ำมันมะกอกคุณภาพดี ราคาแพงอย่างนี้ ควรเอามาปรุงเป็นน้ำสลัด หรือเครื่องปรุงรสของอาหารอื่น ไม่เหมาะนำมาเป็นน้ำมันสำหรับทอดหรือผัดอาหาร ซึ่งอาจใช้น้ำมันมะกอกเกรดต่ำลงมาได้ อนึ่ง น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษอย่าง cold press อาจเสียรสไปได้หากถูกความร้อนทำให้มีอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส
นอกจากค่าของกรดที่เป็นตัวกำหนดคุณภาพของน้ำมันมะกอกแล้ว รสชาติและกลิ่นของน้ำมันมะกอกยังแปรไปตามเขตที่ปลูก น้ำมันมะกอกจากที่เดียวกัน ก็อาจมีกลิ่นและรสชาติแตกต่างกันไปได้ ในทางปฏิบัติการซื้อขายน้ำมันมะกอกแบบขายส่งจึงต้องมีการชิมก่อนเหมือนการ ชิมไวน์อย่างไรอย่างนั้น

ส่วนประเทศที่ผลิตน้ำมันมะกอก แต่ละประเทศจะมี Character ของตัวเอง เช่น
a) Greece จะมีความข้นกว่า (Heavy Texture)
b) Spain จะมีกลิ่นและรสชาติที่แรงกว่าประเทศอื่น
c) ฝรั่งเศส (Provencal) จะมีกลิ่นหอมหวาน (Fruity)
d) Italy จะคล้ายกับ Spain จะมีกลิ่นที่เด่นกว่า เหมือนกัน
ต่ทั้งนี้ในฉลากของน้ำมันมะกอก จะมีชื่อของพันธุ์มะกอกที่ใช้ทำน้ำมันอยู่ ให้มองหา Green Provencal หรือ Tuscan Olives เพราะนี่คือมะกอก พันธุ์ดีที่สุด หรือถ้าอ่านไม่เจอ ก็เลือกตามความต้องการจากประเทศผู้ผลิตครับ

นอกเหนือจากน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์แล้ว ในท้องตลาดยังมีน้ำมันมะกอกผสม คือผสมกับน้ำมันพืชอื่นๆ ในทางปฏิบัติมีระเบียบว่าจะต้องมีส่วนผสมน้ำมันมะกอกกลั่น 5-10% จึงจะเรียกชื่อเป็นน้ำมันมะกอกผสมได้
ในทางปฏิบัติ การเลือกซื้อน้ำมันมะกอกก็เลือกตามระดับความบริสุทธิ์ที่กล่าวไปแล้ว ทางที่ดีควรเลือกแบบ cold press เรื่องรสชาติอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและแหล่งผลิต ก็ต้องลองซื้อมากินดูจนได้ที่ถูกใจ ข้อคำนึงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือราคา เนื่องจากน้ำมันมะกอก extra virgin ราคาค่อนข้างสูง จึงควรเลือกใช้เฉพาะทำน้ำสลัดหรือปรุงรสอาหารเท่านั้น ยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มลองใช้น้ำมันมะกอกใหม่ ยังไม่ชินกับกลิ่นน้ำมันมะกอกแรงๆ ก็น่าจะลองใช้ชนิดที่คุณภาพต่ำลงมา เพราะนอกจากกลิ่นมะกอกอ่อนลงแล้ว สนนราคายังถูกอีกด้วย โดยเฉพาะถ้าทำอาหารทอด หรืออาหารผัด ก็จะเหมาะพอดีกัน
น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันทำอาหารที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ แต่รสนิยมอาหารเป็นเรื่องวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น เฉพาะสังคม การรับของดีจากวัฒนธรรมอื่นจึงต้องผ่านการเลือกและประยุกต์ใช้โดยคนใน วัฒนธรรมนั้นๆ ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันมะกอก จึงเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการพิจารณาประยุกต์ใช้ ตามความเหมาะสมของวิถีครัวไทยและเงื่อนไขของแต่ละคน
ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกมีทั้งการช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก ทำหน้าที่เหมือนยาระบายอ่อนๆ ช่วยทำให้ระบบดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินทำงานดีขึ้น และน้ำมันมะกอกยังกระตุ้นการเก็บรักษาแร่ธาตุของกระดูก เพื่อป้องกันการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกของผู้สูงอายุได้ด้วย อีกทั้งยังช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อย ช่วยให้เจริญอาหารได้อีกอย่างหนึ่ง
*การหมุนเวียนของโลหิต น้ำมันมะกอกช่วยป้องกั

ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกที่ให้ผลดีต่อสุขภาพนั้นมีหลายประการ สรุปได้ดังนี้ นภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (arteriosclerosis) รวมทั้งภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดใน สมองแตก
*ระบบย่อย น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ
* ผิวหนัง น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น
* ระบบต่อมไร้ท่อ น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและ
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพ
ดีจะลดลง12%เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก
* ระบบกระดูก น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซี่ยมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน
* โรคมะเร็ง น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) ทั้งนี้เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของ ติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา
* สารกัมมันตภาพรังสี ภายหลังจากที่มีการค้นพบว่าน้ำมันมะกอกช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานสารกัมมันตภาพรังสีได้ น้ำมันมะกอกได้รับบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับนักบินอวกาศ
* อาหารเด็กอ่อน ด้วยสารประกอบในน้ำมันมะกอกและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร จึงนับได้ว่าน้ำมันมะกอกเป็น ไขมันธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมมารดามากที่สุด
*ชราภาพการที่เรารู้จักหาวิธีการเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเราเพื่อป้องกันภาวะ
ความเสื่อมถอยของสุขภาพอันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มขึ้นนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งจากการค้นคว้าวิจัยเรา
ได้ทราบว่าน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติในการต่อต้านภาวะความเสื่อมถอยของสมองและยังช่วยยืดอายุของเรา
ให้ยืนยาวขึ้นอีกด้วย
* ภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง

 

Credit:
http://www.lcc.ac.th/forum/board_posts.asp?FID=176
http://naichef.50megs.com/olive.html
http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D6914864/D6914864.html
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=139.msg1069
http://www.pantown.com/board.php?id=10764&area=4&name=board11&topic=31&action=view
=======================================
            
ระบบต่อมไร้ท่อ น้ำมันมะกอก ช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร ( metabolic function ) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ น้ำมันมะกอกได้กลายเปนทางเลือกที่ดีที่สุด
 
ในการป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพดีจะลดลง 12%เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก
 
ผลต่อกระดูก น้ำมันมะกอก ช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยใหร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึมแร่ธาตุและแคลเซี่ยมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ด้วย
 
ลดภาวะเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง น้ำมันมะกอก ช่วยปองกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก ) ทั้งนี้เพระกรดไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยัยยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ
.2/2016ต้นมะกอก(Olive tree)
 
 
มะกอกของฝรั่งมีชื่อว่าโอลีฟ (Olive) มะกอกเป็นต้นไม้ที่ทนทาน อายุยืนมากเป็นหลายร้อยปี ต้นมะกอกจึงเป็นเสมือนต้นไม้แห่งอมตะชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ ความดีงาม ความเจริญที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของ ชาวเมดิเตอร์เรเนียนมาแต่โบราณกาล
มะกอกหรือโอลีฟมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Olea europaea เป็นพืชในวงศ์ Oleaceae มีหลายร้อยพันธุ์ จัดเป็นผลไม้ที่มีเม็ดในแข็ง หนึ่งลูกจะมีหนึ่งเมล็ด เป็นพืชที่ทนได้ทุกสภาวะอากาศ ดอกมะกอกจะออกช่อในช่วงปลายฤดูหนาว มีดอกเล็กๆสีขาว ใบเรียวยาวสีเขียวเข้ม ผลจะโตเต็มที่ประมาณ 7-8 เดือนหลังออกดอก ลำต้นจะสูงใหญ่กว่ามะกอกไทย สูง

ราคา: 250 บาท
สอบถามสินค้าเพิ่มเติม
LINE ID Fareedashop AndSpices
เบอร์โทร 081-6142826